ขอเชิญฟังคำสั่งคดีไต่สวนการตายของนายอับดุลอาซิ สาและ ที่ถูกยิงเสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ที่ศาลจังหวัดปัตตานี วันที่ 18 พฤศจิกายน 2557 เวลา 9.00 น.

ขอเชิญฟังคำสั่งคดีไต่สวนการตายของนายอับดุลอาซิ สาและ ที่ถูกยิงเสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ที่ศาลจังหวัดปัตตานี วันที่ 18  พฤศจิกายน 2557 เวลา 9.00 น.

จากกรณีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้ทำการสนธิกำลังปิดล้อมผู้ต้องสงสัยในพื้นที่บ้านกำปงบือราแง  ตำบลน้ำดำ อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2556ซึ่งตรงกับวันฮารีรายอ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสามราย และหนึ่งในนั้น คือ นายอับดุลอาซิ สาและ ซึ่งนางแยนะ สะอะ มารดาผู้ตายยืนยันว่า  ในขณะเกิดเหตุ ผู้ตายได้ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวแล้วขณะอยู่ในบ้าน  โดยเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ตายนำค้นบ้านบริเวณที่เกิดเหตุ  และมารดาผู้ตายก็ไม่ทราบข่าวผู้ตายอีก  ภายหลังเจ้าหน้าที่ยุติการปิดล้อมตรวจค้น  มารดาผู้ตายได้ติดตามหานายอับดุลอาซิฯที่ค่ายทหารแต่ก็ไม่พบ  และไม่มีผู้ใดทราบว่านายอับดุลอาซิฯ อยู่ที่ใด  จนกระทั่งเวลาดึกของคืนดังกล่าวญาติผู้ตายได้ไปติดต่อที่โรงพยาบาลทุ่งยางแดง  จึงทราบว่า ผู้ตายถูกยิงเสียชีวิตในระหว่างการปิดล้อมของเจ้าหน้าที่โดยมารดาผู้ตายยืนยันว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ตายนั้น  ผู้ตายไม่มีอาวุธแต่อย่างใด

มารดาผู้ตายจึงได้ร้องเรียนที่มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม  ซึ่งต่อมามีความเห็นว่ามารดาผู้ตายไม่ได้รับความเป็นธรรม และเป็นกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งกระบวนการชันสูตรพลิกศพจากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย จึงได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนและนำเสนอต่อสื่อมวลชนอ่านแถลงการณ์ได้ตามลิงค์นี้ http://th.macmuslim.com/?s=%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B4+%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0

ต่อมา พนักงานอัยการ ได้ยื่นคำร้องขอไต่สวนชันสูตรพลิกศพต่อศาลจังหวัดปัตตานี เป็นคดีหมายเลขดำที่ ช. 7/2557  โดยมารดานายอับดุลอาซิฯ ได้แต่งตั้งทนายความเพื่อซักถามพยานผู้ร้องนำสืบและนำสืบพยานหลักฐานอื่นเพิ่มเติม  ศาลได้ทำการไต่สวนพยานหลักฐานจากผู้ร้องและญาติผู้ตาย เสร็จเรียบร้อยแล้ว   และได้นัดฟังคำสั่ง วันที่ 18 พฤศจิกายน 2557เวลา 09.00 น.จึงขอเชิญสื่อมวลชนและผู้ที่สนใจเข้ารับฟังคำสั่งตามวันและเวลาดังกล่าว

 

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติม

มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ประจำจังหวัดปัตตานี

ทนายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ  081 8987408

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม นางสาวภาวิณี ชุมศรี 083 1896598

Posted in บทความ | Leave a comment

ควันหลงสิบปีเหตุการณ์ตากใบ

ควันหลงสิบปีเหตุการณ์ตากใบ

อับดุลกอฮาร์ หะยีอาวัง

ประธานมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ประจำจังหวัดปัตตานี

ควันหลงจากงานครบรอบสิบปีเหตุการณ์ตากใบ (๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๗) ปีนี้ ได้เห็นภาพการจัดกิจกรรมทั้งจากส่วนกลาง (กรุงเทพมหานคร) รวมทั้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งการจัดเวทีเสวนาวิชาการ แสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ รวมทั้งแสดงทัศนะและความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ตากใบ กับบริบทความเปลี่ยนแปลงของประเทศ

ในทุกปีของเหตุการณ์ตากใบส่วนใหญ่จะมีงานในเชิงรำลึก  ซึ่งผู้ที่เป็นแม่งานหรือเจ้าภาพน่าจะเป็นญาติของผู้เสียชีวิต แต่น่าเสียดายกลับกลายเป็นว่า องค์กรภาคประชาชน หรือกลุ่มนักศึกษาได้ออกมาแสดงกิจกรรมเชิงรณรงค์กระตุ้นความรู้สึกต่อเหตุการณ์ รวมถึงสภาทนายความโดยศูนย์นิติธรรมสมานฉันท์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ก่อตั้งในสมัยคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์ (กอส.) Continue reading

Posted in บทความ | Leave a comment

มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมกรุงเทพ ระดมทีมร่วมงานกรรมการกลางอิสลาม

เมื่อวันที่ ๒๔-๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๗ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย โดยคณะอนุกรรมการฝ่ายนิติการ ได้จัดให้มีโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เรื่อง กระบวนการสอบสวน การพิจารณาคำร้อง และการวินิจฉัย กรณีให้กรรมการอิสลามประจำมัสยิดพ้นจากตำแหน่ง ที่โรงแรมหาดใหญ่พาราไดซ์แอนด์รีสอร์ท อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีคณะวิทยากรจากมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมประจำกรุงเทพมหานคร มาอบรมให้ความรู้ตามพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ.๒๕๔๐ เน้นการอบรมเชิงปฏิบัติการ บทบาทสมมติกรณีมีการร้องเรียนจริง ทำให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดได้เข้าใจแนวทางในการนำไปปฏิบัติเวลามีเรื่องร้องเรียนในพื้นที่รับผิดชอบ Continue reading

Posted in บทความ | Leave a comment

แถลงการณ์ ประเทศไทย : เหยื่อที่อ้างว่าถูกกระทำทรมานถูกปฏิเสธที่จะได้รับการเยียวยา คำสั่งศาลทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับการคุ้มครองประชาชนจากการทรมาน

ประเทศไทย เหยื่อที่อ้างว่าถูกกระทำทรมานถูกปฏิเสธที่จะได้รับการเยียวยา

คำสั่งศาลทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับการคุ้มครองประชาชนจากการทรมาน

(กรุงเทพฯ วันที่ 13 ตุลาคม 2557) “รัฐบาลไทยควรปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนในการให้การเยียวยาและชดเชยแก่เหยื่อที่ถูกกระทำทรมานหรือได้รับการปฏิบัติที่โหดร้าย” คณะกรรมการนิติศาสตร์สากล (ไอซีเจองค์กรฮิวแมนไรท์วอชท์ และแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว

เมื่อวันที่ ตุลาคม 2557 ศาลจังหวัดปัตตานีซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย ได้มีคำสั่งในคดีนายฮาซัน อูเซ็ง เหยื่อที่อ้างว่าถูกกระทำทรมานหรือได้รับการปฏิบัติที่โหดร้าย โดยศาลมีคำสั่งว่าเขาไม่มีสิทธิได้รับการเยียวยาและชดเชย เนื่องจากเป็นคำร้องตามมาตรา 32 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.. 2550 ซึ่งถูกยกเลิกตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังจากการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา Continue reading

Posted in บทความ | Leave a comment

อำนาจตามกฎหมายพิเศษกับการขอตรวจ-เก็บสารพันธุกรรม

อิสมาอีล  บินอะหมัด

มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม

                       จากกรณีที่นายทวีศักดิ์  ปิ   ผู้สื่อข่าวจากสถานีวิทยุมีเดียสลาตัน นักกิจกรรมภาคประชาสังคมที่รณรงค์การสร้างสันติภาพโดยวิถีทางสันติไม่ใช้ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมจากการที่ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นประทวนที่อ้างว่ามาจากฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี  ขอเข้าทำการตรวจค้นที่พักอาศัยและขอตรวจ-เก็บสารพันธุกรรม  โดยอ้างอำนาจในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก   พ . ศ.   ๒๔๕๗      เมื่อวันที่    ๒๒    กันยายน    ๒๕๕๗  จนก่อให้เกิดการวิพากษ์ในสังคมนักกิจกรรมภาคประชาสังคมและในสังคมสื่อออนไลน์ว่า  เป็นการใช้อำนาจในการเข้าข่มขู่ คุกคาม และองค์กรสิทธิมนุษยชนและองค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมและขอให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง และขอให้คืนหนังสือให้ความยินยอมในการตรวจ-เก็บสารพันธุกรรมที่นายทวีศักดิ์  ปิ ได้ลงลายมือชื่อไว้ ต่อผู้กำกับการตำรวจภูธรเมืองปัตตานีนั้น

ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว  มีประเด็นข้อกฎหมายที่น่าสนใจสองประการคือ

ประการแรก  การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นประทวนอ้างการใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกโดยมิได้มีเจ้าหน้าที่ทหารร่วมในการปฏบัติหน้าที่ทำการด้วย  และมิได้มีหลักฐานแสดงการได้รับมอบหมายอย่างใดๆจากเจ้าหน้าที่ทหารให้มีอำนาจในการใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกในการดำเนินการดังกล่าวได้   จึงมีปัญหาในทางปฏิบัติว่าเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ Continue reading

Posted in บทความ | Leave a comment

ศาลปัตตานียกคำร้องเด็กหนุ่มเหยื่อถูกซ้อมในค่ายทหาร ศาลอ้างเหตุ คสช. ฉีกรัฐธรรมนูญ

ใบแจ้งข่าว

เผยแพร่วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๗

  วันนี้ (๘ ตุลาคม ๒๕๕๗) ที่ศาลจังหวัดปัตตานี โดยนายวนนท์ บุญรักษ์ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดปัตตานี ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่งคดีที่ ทป.๑/๒๕๕๗ ระหว่างนางสาวรอฮีม๊ะ อูเซ็ง ผู้ร้อง พันเอกภูมิเดชา พ่วงเจริญ ผู้คัดค้าน กรณีผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างเหตุน้องชายถูกซ้อมทรมานระหว่างถูกควบคุมตัวตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ โดยใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ศาลจังหวัดปัตตานีนัดฟังคำสั่งคำร้องอ้างมีเหตุทรมานฯ ที่ค่ายอิงคยุทธบริหารฯ วันที่ 7 ตุลาคม 2557 เวลา 09.00 น)   โดยสรุปคำสั่งศาลระบุว่า

“พิเคราะห์พยานหลักฐานของผู้ร้องและผู้ร้องคัดค้าน ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นพี่ของนายฮาซัน อูเซ็ง เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๗ เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจ ๓๐ นราธิวาส ควบคุมตัวนายฮาซันฯ ผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อเหตุในพื้นที่ตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.๒๔๕๗ จากนั้นวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๗ ส่งตัวนายฮาซัน ให้ศูนย์ซักถามค่ายอิงคยุทธบริหาร ดำเนินการตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ ครั้นวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลนี้ให้ศูนย์ซักถามระงับการละเมิดสิทธินายฮาซันและเยียวยาความเสียหายโดยอ้างสิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๓๒ ต่อมาวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ศูนย์ซักถามได้ปล่อยตัวนายฮาซันกลับภูมิลำเนา ระหว่างพิจารณาผู้คัดค้านยื่นคำร้องว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ สิ้นสุดลงตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๕/๒๕๕๗ และฉบับ ๑๑/๒๕๕๗ ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องหรือไม่ เห็นว่าผู้ร้องยื่นคำร้องให้ศาลนี้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๓๒ สั่งระงับหรือเพิกถอนการกระทำและเยียวยาความเสียหายที่อ้างว่าเกิดขึ้นแก่นายฮาซันระหว่างถูกควบคุมตัวตาม พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ฑ.ศ.๒๕๔๘ แต่เมื่อปรากฎว่าระหว่างพิจารณามีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑/๒๕๕๗ กำหนดให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ สิ้นสุดลงยกเว้นหมวดที่ ๒ เมื่อไม่มีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ แล้ว ผู้ร้องจึงไม่อาจขอให้ศาลสั่งระงับการกระทำหรือเยียวยาโดยอาศัยอำนาจบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวต่อไป

               จึงมีคำสั่งยกคำร้อง”

หลังจากฟังคำสั่งแล้ว นางสาวรอฮีม๊ะ อูเซ็ง เตรียมหารือกับทีมทนายความที่ให้ความช่วยเหลือในการพิจารณายื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อไป

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ทนายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ โทร. ๐๘-๑๕๙๘-๗๖๘๘

Posted in บทความ | Leave a comment

ศาลจังหวัดปัตตานีนัดฟังคำสั่งคำร้องอ้างมีเหตุทรมานฯ ที่ค่ายอิงคยุทธบริหารฯ วันที่ 7 ตุลาคม 2557 เวลา 09.00 น

ใบแจ้งข่าว

ศาลจังหวัดปัตตานีนัดฟังคำสั่งคำร้องอ้างมีเหตุทรมานฯ ที่ค่ายอิงคยุทธบริหารฯ วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๙.๐๐ น.

เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๑.๐๐ น. ศาลจังหวัดปัตตานีออกนั่งพิจารณาไต่สวนคำร้องของนางสาวรอฮีม๊ะ อูเซ็ง พี่สาวของนายฮาซัน อูเซ็ง ที่ยื่นคำร้องต่อศาลว่า นายฮาซัน อูเซ็ง ถูกเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมตัวกระทำการทรมาน ทารุณกรรม โดยการให้ดันพื้นหลายร้อยครั้งหลายวันติดต่อกัน ให้ยืนบนพื้นปูนที่ร้อนจัด กลางแดดโดยไม่ให้สวมรองเท้าเป็นเวลานาน และให้กระโดดตบ ทำให้บาดเจ็บเท้าอักเสบ ปรากฏบาดแผลและร่องรอยการทรมาน ขณะถูกควบคุมตัวที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี และสืบพยานนายฮาซัน อูเซ็ง ผู้เสียหายอีกหนึ่งปาก ผู้คัดค้านแถลงไม่ติดใจสืบพยาน เนื่องจากพยานผู้คัดค้านเป็นเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติงานอันเกี่ยวเนื่องกับเหตุความไม่สงบในพื้นที่และความมั่นคง เพื่อความปลอดภัยแก่การปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าว Continue reading

Posted in บทความ | Leave a comment

ประสบการณ์การไปศาลของนักศึกษาฝึกงาน

เริ่มการฝึกงานวันแรกประจำสัปดาห์นี้หลังจากที่ผ่านวันหยุดสงกรานต์และการลาเพื่อไปทำกิจกรรมกับน้องๆ ก็ประเดิมด้วยการฟังและเรียนรู้กระบวนการของศาล โดยเริ่มด้วยการมาฟังและสังเกตการณ์ การนัดพร้อม ณ ศาลจังหวัดปัตตานี ถือว่าเป็นการเริ่มงานที่ท้าทายและเป็นสิ่งใหม่สำหรับเด็กฝึกงานตัวเล็กๆ คนนี้ โดยการไปฟังและเรียนรู้กระบวนการทำงานในชั้นศาลของทางทนายความ โดยการนัดพร้อม ซึ่งวันนี้ มีการนัดพร้อม 2 คดี ซึ่งห้องพิจารณาคดี(บัลลังก์) คือ บัลลังก์ 3 และ บัลลังก์ 7 Continue reading

Posted in บทความ | Leave a comment

แถลงการณ์มูลนิธิฯ กรณีการขอตรวจสอบสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) นาย มูฮาหมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ

จากกรณี เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๖.๓๐ น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.ยะรัง ได้ขอเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรมดีเอ็นเอ นายมูฮาหมัดอัณวัร  หะยีเต๊ะ บิดา มารดา และบุคคลในครอบครัว เพื่อนำส่งศูนย์พิสูจน์หลักฐาน (ศพฐ.๑๐) โดยอ้างว่าตกเป็นผู้ต้องสงสัยกรณีเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงพระภิกษุสงฆ์ ประชาชน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ พื้นที่บ้านใหม่ หมู่ ๑ ตำบลแม่ลาน อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง นายมูฮาหมัดอัณวัร  หะยีเต๊ะ ได้ถูกจำคุกตามคำพิพากษาศาลฎีกาและถูกขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดปัตตานี ตั้งแต่ เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖ นั้น

จากกรณีข้างต้นจะเห็นได้ว่า มีข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งในข้อมูลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะการใช้วิธีการนำภาพถ่ายผู้ต้องสงสัยก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ทั้งหมดให้พยานชี้ เป็นวิธีการที่เหวี่ยงแหที่อาจกระทบต่อบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จากประสบการณ์ในการทำคดีความมั่นคงของมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม พบว่าเจ้าหน้าที่สืบสวนได้นำภาพบุคคลที่นับถือศาสนาอิสลามและมีภูมิลำเนาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จากสารบบ ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ มาใช้เป็นพยานหลักฐานในการฟ้องคดีเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นข้อมูลเดิมที่ซ้ำกัน บางคนถูกดำเนินคดีแล้วก็อายัดตัวซ้ำ เหตุเพราะภาพถ่ายตามบัตรประชาชนของบุคคลอาจไม่ตรงกับปัจจุบัน และมีโอกาสที่พยานจะชี้ผิดตัว  นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นว่าข้อมูลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่เป็นข้อมูลเดิมที่ไม่มีการพัฒนาและปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน มีลักษณะการสืบสวนที่มุ่งแต่จะแสวงหาพยานหลักฐานที่พิสูจน์ความผิดจากผู้ถูกกล่าวหา โดยไม่ได้พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงและน้ำหนักความน่าเชื่อถือ ทั้งที่ เห็นได้ชัดว่าการถูกคุมขังของนายมูฮาหมัดอัณวัร อยู่ในความสนใจของสาธารณชน และรับรู้กันอยู่ทั่วไป  นอกจากนี้ไม่มีระบบในการขอเก็บและตรวจสอบตัวอย่างสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) บุคคลต้องสงสัยเพียงคนเดียวแต่ขอตรวจสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) เหมารวมถึงบิดา มารดา และคนในครอบครัว ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัย ซึ่งถือว่าเกินความจำเป็นในการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งมีผลกระทบต่อความรู้สึกทางด้านจิตใจของผู้ถูกเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม Continue reading

Posted in บทความ, สำหรับสื่อมวลชน | Leave a comment

MAC จัดงาน “100 ปี กฎอัยการศึก 10 ปี ณ ปาตานีกับการบังคับให้สูญหายของเสียงเรียกร้อง”

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2557 มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม (Muslim Attorney Centre Foundation) ได้จัดงาน “100 ปี กฎอัยการศึก 10 ปี ณ ปาตานีกับการบังคับให้สูญหายของเสียงเรียกร้อง” ณ ห้องประชุมอิหม่ามอันนาวาวีย์ ชั้น 4 อาคารวิทยาอิสลามนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัตตานี โดยมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 1600 คน

Continue reading

Posted in บทความ, สำหรับสื่อมวลชน | Leave a comment