เกี่ยวกับเรา

ความเป็นมา

wholesale football jerseys
cheap jerseys china
wholesale nfl jerseys
Personalized NFL Jerseys
wholesale nfl jerseys on sale

เนื่องจากปัจจุบันมีประชาชนจำนวนมากที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางสังคม  และไม่ทราบถึงสิทธิเสรีภาพของตนตามกฎหมาย ทำให้ได้รับผลกระทบจากกระบวนการยุติธรรม และเสียเปรียบในสังคม  ซึ่งประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน  รวมทั้งมีสิทธิที่จะได้รับความรู้ทางด้านกฎหมายจากบุคคลหรือองค์กรที่เสียสละ และอาสาเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนโดยทั่วไป  จึงเป็นหน้าที่ของผู้ที่มีอุดมการณ์ร่วมกันที่จะบรรเทาความเดือดร้อนช่วยเหลือให้แก่ประชาชนดังกล่าว  ศูนย์ทนายความมุสลิมจึงเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรวบรวมผู้มีความรู้ทางด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชน  ในการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรมตามสิทธิของกฎหมาย

วัตถุประสงค์ของศูนย์ทนายความมุสลิม

๑.  ส่งเสริม สนับสนุน ให้คำปรึกษา เผยแพร่ความรู้ทางด้านสิทธิและกฎหมายแก่ประชาชนและองค์กรต่าง ๆ
๒.  ให้ความช่วยเหลือทางด้านสิทธิและกฎหมายแก่ประชาชนและองค์กรต่างๆ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม
๓.  รวมพลังนักกฎหมาย นักสิทธิมนุษยชน เพื่อร่วมกิจกรรม เสริมสร้างความเข้าใจอันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน สังคมและประเทศชาติ
๔.  สร้างความสัมพันธ์เป็นเครือข่ายกับองค์กรทางกฎหมายสิทธิมนุษยชนทั้งในและระหว่างประเทศ

คณะกรรมการบริหารศูนย์ทนายความมุสลิม

๑.  นายสิทธิพงษ์   จันทรวิโรจน์                  เลขาธิการศูนย์ทนายความมุสลิม
๒.  นายกิจจา   อาลีอิสเฮาะ                       รองเลขาธิการฝ่ายบริหารและกองเลขานุการ
๓.  นายกมลศักด์   ลีวาเมาะ                      รองเลขาธิการฝ่ายช่วยเหลือประชาชนด้านสิทธิ์และกฎหมาย
๔.  นายวิทยา   บูรณศิล                           รองเลขาธิการฝ่ายวิชาการ
๕.  นายอนุชา   สาสังข์                            เหรัญญิก
๖.  นายเสรี   บูรณศิล                              นายทะเบียน
๗.  นายวรรณชัย   ปานนพภา                 ประชาสัมพันธ์
๘.  นายไชยวุฒิ   มนูทัศน์                        กรรมการฝ่ายกิจการต่างประเทศ
๙.  นายอาดิลัน   อาลีอิสเฮาะ                    กรรมการประจำจังหวัดยะลา
๑๐. นายอนุกูล   อาแวปูเตะ                      กรรมการประจำจังหวัดปัตตานี
๑๑. นายกมลศักด์   ลีวาเมาะ                    กรรมการประจำจังหวัดนราธิวาส
๑๒. นายอาลี   เล็มโดย                            กรรมการประจำจังหวัดสตูล
๑๓. นายอภิชัย   แสงวิมาน                      กรรมการ
๑๔. นายวัชรินทร์   นิลสกุล                      กรรมการ
๑๕. นางสาวเสาวลักษณ์   เหล็มเส็ม          กรรมการ
๑๖. นายสนิท   ขามเทศทอง                    กรรมการ
๑๗. นายสมเกียรติ   นิ่มเจริญ                   กรรมการ

ประวัติ ภารกิจ และวัตถุประสงค์ขององค์กร/หน่วยงาน

ประวัติย่อ

ปี 2547   คณะทำงานศูนย์ทนายความมุสลิมได้ร่วมก่อตั้งชมรมนักกฎหมายมุสลิม ซึ่งเป็นกลุ่มทนายความที่มีทนายสมชาย นีละไพจิตร เป็นหัวหน้าทีม วัตถุประสงค์เพื่อให้การช่วยเหลือทางคดีกับจำเลยที่ถูกตั้งข้อหาคดีความมั่นคง คดีแรกที่ให้การช่วยเหลือ คือ คดีของนายแพทย์ แวมะหาดี แวดาโอ๊ะ และพวก ซึ่งถูกตั้งข้อหาเป็น สมาชิกขบวนการก่อการร้าย เจไอ

ปี 2548    เกิดเหตุการณ์บังคับลักพาตัวทนายสมชาย นีละไพจิตร ผู้ทำหน้าที่เป็นทนายความในคดี  และจำนวนคดีความมั่นคงในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ขณะที่ชมรมนักกฎหมายมุสลมมีนโยบายที่เปลี่ยนไปจากเดิมในการช่วยเหลือคดีด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้   ดังนั้นกลุ่มทนายความซึ่งเป็นคณะทำงานศูนย์ทนายความมุสลิมปัจจุบันจึงได้ก่อตั้ง “ศูนย์ทนายความมุสลิม” ขึ้นเพื่อช่วยเหลือทางคดีด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนใต้ต่อไป

ปี 2549 – 2550   ศูนย์ทนายความมุสลิม เข้าร่วมการก่อตั้งศูนย์นิติธรรมสมานฉันท์จังหวัดชายแดนใต้ ร่วมกับสภาทนายความ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ เพื่อดูแลรับผิดชอบการช่วยเหลือทางคดีในจังหวัดชายแดนใต้  แต่เมื่อมีการสรุปบทเรียนของศูนย์นิติธรรมสมานฉันท์ฯ หลังจากก่อตั้งได้ครบรอบหนึ่งปี   ศูนย์ทนายความมุสลิมได้เสนอให้ศูนย์นิติธรรมสมานฉันท์ฯ ริเริ่มงานส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ประชาชนในพื้นที่  นอกเหนือไปจากการช่วยเหลือด้านคดีเพียงอย่างเดียว แต่ระบบของศูนย์นิติธรรมสมานฉันท์ฯ เป็นการบริหารงานแบบสภาทนายความซึ่งไม่มีความเป็นอิสระและมีปัญหาความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน ดังนั้นศูนย์ทนายความมุสลิมจึงได้แยกตัวเป็นอิสระจากศูนย์นิติธรรมสมานฉันท์ฯ

ปี 2550 – ปัจจุบัน  ศูนย์ทนายความมุสลิมมีสำนักงานรวมทั้งสิ้นสี่สาขา  ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  เพื่อทำหน้าที่ดูแลงานช่วยเหลือคดีความมั่นคง การเผยแพร่ความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนและกฎหมาย  รวมถึงการสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกับองค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งภายในและระหว่างประเทศ  การสร้างอาสาสมัครนักสิทธิมนุษยชนและผู้ช่วยนักกฎหมาย  ทำให้ทางศูนย์สามารถช่วยเหลือชาวมลายูมุสลิมภาคใต้ให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายขึ้น   ทั้งนี้นับแต่ปี2548 ถึง 2551 ศูนย์ทนายความมุสลิมได้รับเรื่องร้องเรียนเฉลี่ยปีละ 110 เรื่อง  และได้ให้ความช่วยเหลือทางคดีแก่กลุ่มเป้าหมายจำนวน 191 คดี  ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ คือปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  โดยมีคดีซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนทั้งภายในและระหว่างประเทศหลายคดี  เช่น คดีไต่สวนการเสียชีวิตของอิหม่ามยะผา กาเซ็ง คดีนายสุกรี อาดำ เป็นต้น

ภารกิจขององค์กร   กลุ่มเป้าหมายหลัก แนวทางการทำงาน

วิสัยทัศน์องค์กร
เป็นองค์กรช่วยเหลือทางกฎหมาย ที่ยึดมั่นหลักคุณธรรมและนิติธรรม เพื่อผู้ถูกละเมิดสิทธิทางกฎหมายและสิทธิมนุษยชนได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเสมอภาค

พันธกิจองค์กร
ศูนย์ทนายความมุสลิมเป็นองค์กรเอกชนไม่แสวงหากำไร ที่มุ่งเผยแพร่ให้ความรู้ทางกฎหมาย และช่วยเหลือด้านคดีความแก่ผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม โดยมีพันธกิจในการพัฒนาและสร้างนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เครือข่ายอาสาสมัครผู้ช่วยทนายความ รวมถึงการร่วมมือกับองค์กรพันธมิตร เพื่อผดุงความยุติธรรมนำสันติสุขสู่สังคม

ภารกิจองค์กร
1.  ส่งเสริม สนับสนุน ให้คำปรึกษา เผยแพร่ความรู้ทางด้านสิทธิและกฎหมายแก่ประชาชนและองค์กรต่าง ๆ
2.  ให้ความช่วยเหลือทางด้านสิทธิและกฎหมายแก่ประชาชนและองค์กรต่างๆ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม
3.  รวมพลังนักกฎหมาย นักสิทธิมนุษยชน เพื่อร่วมกิจกรรม เสริมสร้างความเข้าใจอันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน สังคมและประเทศชาติ
4.  สร้างความสัมพันธ์เป็นเครือข่ายกับองค์กรทางกฎหมายสิทธิมนุษยชนทั้งในและระหว่างประเทศ

กลุ่มเป้าหมาย

ประชาชนหรือองค์กรที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะประชาชนชาวมลายูมุสลิมที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศใช้กฎหมายพิเศษ เช่น กฎอัยการศึก พระราชบัญญัติการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548  ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ประกอบด้วยจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาสและบางส่วนของจังหวัดสงขลา

แนวทางทำงาน

ศูนย์ทนายความมุสลิมเปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนในสังคม อันเนื่องมาจากความไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่รัฐ  และขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของชาวบ้าน  ซึ่งนับวันจะส่งผลให้เหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับเลวร้ายมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ศูนย์ฯ ยังได้จัดฝึกอบรมผู้ช่วยทนายความที่เข้ามาช่วยเหลือการทำงานของทนายความให้สามารถใช้ภาษามลายูถิ่น  ประสานงานร่วมกับคนในพื้นที่เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น รวมถึงรณรงค์เชิงนโยบายร่วมกับองค์กรเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชน  เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ร้องเรียนในกรณีฉุกเฉินและเร่งด่วนจากเหตุการณ์หลาย ๆ กรณี เช่น กรณีชุมนุมประท้วงที่มีการกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่มิชอบ  กรณีประชาชนถูกควบคุมตัวตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548  เป็นต้น

ผลงานสำคัญ/ ผลงานเด่นในด้านการส่งเสริม ปกป้องและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่ผ่านมา
ความสำเร็จขององค์กรในการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน


งานช่วยเหลือด้านคดี ศูนย์ทนายความมุสลิมเป็นองค์กรที่บริการให้คำปรึกษาและว่าความ-แก้ต่างคดีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแก่ผู้รับบริการที่ยากจน โดยเฉพาะคดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ปัจจุบันมีคดีร้องเรียนมายังศูนย์กว่า 442 คดี ขณะที่มีทนายความและเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ รวมทั้งสิ้นเพียง 34 คน   แสดงให้เห็นว่าชาวบ้านมีความมั่นใจต่อการทำงานของศูนย์ทนายความมุสลิมเป็นอย่างมาก  นอกจากนี้ทีมทนายความของศูนย์ทนายความมุสลิมซึ่งได้ทำงานร่วมกับองค์กรพันธมิตร ได้ศึกษากฎหมายทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศที่จะนำไปสู่การทำคดีเชิงรุกเพื่อให้มีผลการเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบาย เช่น กรณีการยื่นคำร้องคัดค้านการควบคุมตัว กรณีการควบคุมตัวโดยมิชอบ กรณีการซ้อมทรมานผู้ถูกควบคุมตัว ผลของการยื่นคำร้องที่ผ่านมาทั้งหมดคือผู้ถูกควบคุมตัวได้รับการปล่อยตัว  และผลการทำคดีเชิงรุกดังกล่าวทำให้จำนวนการร้องเรียนกรณีซ้อมทรมานระหว่างควบคุมตัวลดลงอย่างรวดเร็ว

การสร้างผู้ช่วยนักกฎหมาย ผู้ช่วยนักกฎหมายเป็นหัวใจของความสำเร็จอีกประการหนึ่งของศูนย์ทนายความมุสลิม  เนื่องจากเป็นคนในพื้นที่  สามารถใช้ภาษามลายูถิ่นซึ่งเป็นภาษาที่คนในพื้นที่ใช้เพื่อการสื่อสารได้เป็นอย่างดี  ทำให้เกิดความเชื่อใจต่อกันและเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำมาใช้ในการช่วยเหลือทางคดี นอกจากนี้ผู้ช่วยนักกฎหมายของศูนย์ฯ ยังมีบทบาทสำคัญในการลงพื้นที่ชุมชนร่วมกับทนายความของศูนย์ทนายความ ตัวแทนองค์กรเอกชน นักศึกษา เพื่ออบรมให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ประชาชนในพื้นที่ที่มีการประกาศใช้พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินและกฎอัยการศึก  การแนะนำการเก็บข้อมูลที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในชุมชน การร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐหรือเอกชน อันส่งผลให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมดียิ่งขึ้น

การเปิดศูนย์ทนายความมุสลิมกระจายในสามจังหวัด เมื่อมีการเปิดศูนย์ฯรับเรื่องร้องเรียนในแต่ละจังหวัดขึ้น คือ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ส่งผลให้ชาวบ้านสามารถเข้าถึงการช่วยเหลือได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

การผลิตคู่มือกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายพิเศษที่ใช้ในจังหวัดภาคใต้ ปี 2551 ศูนย์ทนายความมุสลิมได้จัดพิมพ์คู่มือกฎหมายฯ จำนวน 1,000 เล่ม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรม เช่น อัยการ ตำรวจ ศาล รวมถึงฝ่ายปกครอง ซึ่งที่ผ่านมาทางศูนย์ฯพบว่ามีเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ยังขาดข้อมูลโดยเฉพาะระเบียบปฏิบัติของการใช้กฎหมายพิเศษ

การจัดทำรายงานสภาพปัญหาและข้อเสนอแนะถึงศาลยุติธรรมและรัฐบาล: กรณีกระบวนการยุติธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดภาคใต้ ที่ผ่านมาศูนย์ทนายความมุสลิมและองค์กรพันธมิตรได้ร่วมกันจัดทำรายงานสภาพปัญหาและข้อเสนอแนะถึงศาลยุติธรรมสามครั้ง คือ เมื่อเดือนธันวาคม 2550 เดือนมกราคม 2551 และ เดือนกันยายน 2551 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายต่อคดีความมั่นคงของศาลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งพบว่ารายงานและข้อเสนอแนะดังกล่าว ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากฝ่ายบริหารของศาลยุติธรรม  โดยมีความยินดีจะรับฟังข้อมูลและข้อเสนอแนะจากศูนย์ทนายความมุสลิมและองค์กรพันธมิตรเป็นระยะๆ นอกจากนี้ในเดือนมกราคม 2551 ศูนย์ทนายความและองค์กรพันธมิตรก็ได้จัดทำรายงานและข้อเสนอให้กับรัฐบาลใหม่ที่การชนะการเลือกตั้ง เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวต่อสื่อมวลชน นักการเมือง ซึ่งที่ผ่านมาตัวแทนนักการเมืองบางรายได้นำข้อมูลของศูนย์ทนายความตั้งเป็นกระทู้สดเพื่อสอบถามและตรวจสอบการแก้ไขปัญหาการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

กลยุทธ์ในการปฏิบัติงานผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการบริหาร เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร องค์กรพันธมิตร และผู้รับบริการ การบริหารงานของศูนย์ทนายความมุสลิมได้ให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของสมาชิกทุกระดับในการแสดงความคิดเห็น การร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาและวิธีการแก้ไขปัญหาประจำวัน จนถึงระดับการวางยุทธศาสตร์เพื่อกำหนดแผนงานและทิศทางการทำงาน  ซึ่งนับเป็นบทเรียนสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการบริหารงานองค์กรและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนให้กับพื้นที่

การสร้างองค์ความรู้ในการทำงานด้านคดีความมั่นคงและสิทธิมนุษยชน องค์ความรู้เป็นสิ่งสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน ทางศูนย์ฯ จึงจัดอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่และคณะกรรมการบริหารในด้านต่าง ๆ เช่น องค์ความรู้เรื่องหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์กับการช่วยเหลือคดีความมั่นคง แนวคิดสิทธิมนุษยชนกับการทำงานคดี การประเมินความเสี่ยงและมาตรการการป้องกันตนเอง เป็นต้น  เพื่อให้สอดคล้องกับการให้บริการประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

ความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ศูนย์ทนายความมุสลิมได้รับความไว้วางใจในการบริการประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย และไว้วางใจในการให้ข้อมูลการละเมิดสิทธิจากภาครัฐต่อผู้รับบริการและชุมชน

เป้าหมายใน 3-5 ปีข้างหน้านี้

ผลิตทนายความสิทธิมนุษยชน นอกจากการสร้างความเข้มแข็งขององค์กร ศูนย์ทนายความมุสลิมมุ่งหวังที่จะผลิตทนายความสิทธิมนุษยชนเพื่อปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความไม่เป็นธรรมในพื้นที่ต่างๆ

สร้างอาสาสมัครครอบคลุมทุกพื้นที่ในจังหวัดชายแดนใต้ เนื่องจากอาสาสมัครสิทธิมนุษยชน ผู้ช่วยนักกฎหมาย เปรียบดังหัวใจของการบริการให้การช่วยเหลือทางกฎหมาย และเป็นบุคคลกลุ่มแรกที่รับรู้การละเมิดสิทธิในชุมชนของตนเอง อีกทั้งมีความใกล้ชิดกับชาวบ้านในชุมชน สามารถสอดส่องดูแล รวมรวมข้อมูล พยานหลักฐานเบื้องต้นในที่เกิดเหตุได้รวดเร็ว สามารถให้ความรู้กฎหมายเบื้องต้น รวมทั้งส่งต่อมายังศูนย์ทนายความมุสลิมได้

พัฒนาองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน องค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนบูรณาการกับอิสลามศึกษาจะถูกนำมาใช้เพื่อการอบรมเชิงปฏิบัติการกับเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครผู้ช่วยนักกฎหมาย นักสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ และรวบรวมเพื่อพัฒนาให้เป็นหลักสูตรในการอบรมต่อไป

เชื่อมเครือข่ายกับองค์กรสิทธิทั่วโลก การเชื่อมเครือข่ายกับองค์กรทำงานด้านสิทธิมนุษยชนทั่วโลกช่วยให้เกิดการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนการทำงานระหว่างกัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นสากลต่อไป

ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายของประเทศไทย ต้องการให้นโยบายการบังคับใช้กฎหมายพิเศษด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของไทยได้รับการทบทวน เนื่องจากเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชาชนในพื้นที่อย่างกว้างขวางซึ่งการผลักดันการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศด้วย

จดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม เนื่องจากศูนย์ทนายความมุสลิมเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร และให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย การจดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิจะช่วยให้ผู้รับบริการเกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเพื่อความคล่องตัวในการแสวงหาทุนสนับสนุน เพื่อการดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่เป้าหมายต่อไป

35 Responses to เกี่ยวกับเรา

  1. สยาม สุพร says:

    น่าจะยกเลิกพรบความมั่นคง

  2. เป็นบุคคลที่มีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์

  3. สอบถามเรื่องกรณีดีเจคนดังกล่าว ว่าสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้หรือไม่ และถ้าจะดำเนินงานนั้น ต้องทำอะไรบ้างครับ

    • สมชาย ฮีโร่ says:

      นี่เเหละกลุ่มบุคคลที่มีจิตอาสาที่งดงาม เกินที่จะบรรยาย ขอไห้อัลเลาห์คุ้มครองทุกคนอามีน

    • ไม่สามารถดำเนินคดีทางกฎหมายได้ เพราะเราไม่ได้เป็นผู้เสียหาย และไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิด แต่ถ้าเป็นบางประเทศมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิด เช่นประเทศปากีสถาน ฯ ต้องดำเนินการทางสังคม

    • เนื่องจากประเทศไทยไม่มีกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดในกรณีอย่างนี้ ซึ่งผู้นับถือศาสนาอิสลามไม่ถือเป็นผู้เสียหาย แต่บางประเทศมีกฏหมายบัญญัติเป็นความผิด เช่น ปากีสถาน ฯ ในกรณีนี้ต้องใช้มาตการทางสังคม ครับ และต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจให้คนเหล่านั้นด้วยครับ

  4. สิตาวีร์ says:

    คดีฆ่า สจ เมืองพิษณุโลก นายบุญณะ เขียวกรุง ไม่ได้รับความคืบหน้าเพราะว่าคนร้ายเป็นผู้มีอิทธิพลมากๆ คนร้ายที่รับสารภาพก็โดนประกันตัวไปพยานอยู่อย่างไม่เป็นสุขต้องหลบๆซ่อน เพราะมี สส ของพรรคประชาธิปัติมาให้การช่วยเหลือคนร้ายวอนช่วยด้วยค่ะสงสารพยานค่ะ

  5. sanree yn says:

    ขอให้มูลนิธินี้อยู่กับคนมุสลิมตลอดไป

  6. ร้านค้าไม่ให้ใส่ผ้าคลุมหัวสามารถฟ้องใครได้บ้างคะ

  7. satee says:

    เป็นกำลังใจให้ทีมงานทุกคน และขอให้มูลนิธิอยู่ช่วยเหลือประชาชนตลอดไปนะคะ(สลามัตบูลันรอมฎอน)

  8. tontal says:

    ฉันเป็นคนพุทธ มีสิทธิ์คุยได้ไหม ค่ะ ฉันมีปัญหากับผู้หญิงอิสลามค่ะ

  9. นายนิวัฒน์ สุ่มประเสริฐ says:

    เรื่องขอความเป็นธรรมที่ถูกลงโทษให้ออกจากงานโดยคณะกรรมการให้เซ็นชื่อตามที่คณะกรรมการเขียนมา โดยใม่ฟังเหตุผลบ้าง(085-8713547)

  10. สมภพ ชายเขาทอง says:

    อยากทราบว่าเราจะจัดตั้งชมรมอิหม่าม คอเต็บ บิหล่าน ประจำตำบลได้อย่างไรเพื่อเป็นสื่อกลางระหว่างองค์กรต่างๆ

    • สามารถกระทำได้ หากมีผู้ร่วมมือ โดยนัดประชุมตั้งเป็นชมรม ก็ได้ แล้วจัดทำข้อบังคับ ใครรับผิดชอบหน้าที่อย่างไรไม่เป็นการผิดกฎหมายแต่ประการใด แต่ขอให้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศาสนาจริงๆ ไม่ควรตั้งเพื่อการต่อรองตำแหน่ง

  11. นานา says:

    มหาลัยไม่ให้ใส่ผ้าคลุมตอนออกฝึกสอน
    สามารถร้องเรียนได้ที่ไหนบ้างค่ะ

  12. นัย says:

    ใช่ ๆ ช่วยพวกเราด้วย เครียดมากเลยค่ะ
    ไม่เข้าใจเหมือนกัน ทำไมเอกอื่นคลุมได้ แต่เอกคณิตศาสตร์คลุมไม่ได้

  13. สันติ มาราสา says:

    อัสลามูอาลัยกุม ทุกๆท่าน
    ผมเป็นคนธรรมดาๆ มิใช่ผู้รู้ทางศาสนาอิสลามขั้นสูง แต่ได้รับการติดต่อจาก ซ.บ. กรณี
    ผ่านฉากกำบัง ตามอัล-กุรอาน 42/51 ซึ่งมีอยู่มากมาย
    ที่สำคัญที่สุดคือการติดต่อดังกล่าวมุ่งเน้นไปยังคำว่า ” วริษ วะซี (อ.)” ซึ่งเป็นผู้สืบแทน
    ของพระองค์หรือผู้ที่ ซ.บ ทรงสั่งเสียและทรงเจาะจง ให้เป็นผู้สืบทอดในแผ่นดิน ตามอัล-กุรอาน
    28/5 เผื่อว่าอาจจะได้นำไปสู่เอกภาพของมุสลิมสายต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซุนหนี่และชีอะห์
    ซึ่งขัดแย้งกันดุเดือดเหลือเกิน และที่สำคัญอีกอย่างคือผมมิใช่ อิมามมะดีย์ (อ.) เพราะผมชื่อฮัซซัน
    (ตัวแทนผู้ถูกกดขี่ทุกศาสนา)
    เชิญหหารายละเอียดได้ที่ สันติ มาราสา 48 ม.6 ต.ย่านซื่อ อ.ควนโดน จ.สตูล 91160
    songklath@yahoo.com ผมไม่ อคติ ต่อมุสลิมและไม่ใช่มุสลิมทุกท่าน/วัสลาม

  14. เห็นด้วย. ขอค้าน. พรก. 48. อำนาจ ครอบจักวาล. โดยเฉพาะผู้ใช้อำนาจ.

  15. สัปบุรุษ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ says:

    อัสลามมูอาลัยกุม….ผู้รู้ …ผู้ใจบุญ
    ได้โปรดช่วยชุมชนเราด้วย เนื่องจาก อิหม่าม มัสยิดดารุสลาม อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ไม่วากัฟสุสานให้กับมัสยิด ซึ่งได้ฝังศพมาเกือบ 40 ปี ปู่ ย่า ตา ยาย ฯลฯ ก็ฝังมานานที่สุสานนี้ ขณะนี้จะทำการจดจำนอง กู้เงินมาสร้างสิ่งปลูกสร้าง และได้นำเงินของมัสยิดมาใช่ส่วนตัว ทางชุมชนได้ทำเอกสารร้องเรียนไปยัง ศูนย์กลางอิสลาม ตั้งแต่ก่อนเดือนบวช แต่ยังไม่คืบหน้าเลย เรื่องก็เงียบไป ตอนนี้มุสลิมในชุมชนร้อนใจ และทุกข์ใจ อย่างยิ่ง หากเสียชีวิต ลงจะทำอย่างไร? พวกเราจะฝังที่ไหน? ในชุมชน ก็ไม่ค่อยมีความรู้กัน….โปรดช่วยพวกเราด้วย…สัปบุรุษ มัสยิดดารุสลาม

  16. สัปบุรุษ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ says:

    มัสยิดดารุสสลาม
    ตำบลกระสัง อำเภอกระสัง
    จังหวัดบุรีรัมย์ 31160

    วันที่ 26 กรกฎาคม 2554

    เรื่อง ขอร้องเรียนและตรวจสอบพฤติกรรมของอิหม่ามประจำมัสยิด

    เรียน ประธานกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย

    สิ่งที่ส่งมาด้วย บัญชีรายชื่อผู้ร่วมร้องเรียน จำนวน 1 ชุด

    ด้วยสัปปุรุษมัสยิดดารุสสลาม ตำบลกระสัง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ มีความประสงค์ร้องเรียนและขอให้ท่านตรวจสอบพฤติกรรมของนายมานะกุล สุขโชค (อิหม่ามประจำมัสยิด) ที่ปฏิบัติไม่เหมาะสมและอาจขัดต่อหลักการศาสนา 3 ประการ ดังนี้
    1. เรื่องสุสานของมัสยิด เดิมที่ นายสมาน ปาทาน (อดีตอิหม่ามประจำมัสยิด) ซึ่งเป็นบิดาของนายมานะกุล สุขโชค (อิหม่ามคนปัจจุบัน) ได้วะกัฟที่ดินด้วยวาจาเพื่อก่อสร้างมัสยิดสำหรับปฏิบัติศาสนกิจและที่ดินบริเวณใกล้เคียงเพื่อใช้เป็นสุสานสำหรับฝังศพ ต่อมาได้ยื่นหนังสือเพื่อขอจดทะเบียนจัดตั้งเป็นมัสยิดที่ถูกต้องตามระเบียบทางราชการ แต่ไม่ได้แจ้งที่ดินที่ใช้ฝังศพเป็นทรัพย์สินของมัสยิด ซึ่งใช้ฝังศพต่อเนื่องกันมาโดยตลอด ปัจจุบันนายมานะกุล สุขโชค (อิหม่าม) ได้ดำเนินการปรับปรุงที่ดินดังกล่าวเพื่อขายและยังแจ้งระงับการฝังศพ สัปปุรุษเกรงว่าจะไม่มีสถานที่ฝังศพหากมีผู้เสียชีวิตในเร็ววันนี้
    2. เรื่องการเงิน การใช้จ่ายเงินของมัสยิดที่มีสิ่งบ่งชี้ว่านายมานะกุล สุขโชคิ (อิหม่าม) นำเงินไปใช้อย่างไม่โปรงใส ดังนี้
    2.1 เปลี่ยนบัญชีเงินฝากธนาคารบ่อยครั้ง โดยแจ้งว่าฉบับเดิมสูญหาย
    2.2 ลงนามเบิกเงินของมัสยิดร่วมกับบุตรชายบ่อยครั้ง
    2.3 ไม่สามารถแจ้งบัญชีรายรับรายจ่ายของมัสยิดได้
    2.4 นำเงินบริจาค มาใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยการแจกจ่ายในรูปของการกู้ยืม และให้มีการชำระคืนเงินที่มากกว่าเงินต้น และจับสลากคล้ายกับแชร์ลูกโซ่
    2.5 ยักยอกเงินประจำตำแหน่งของคอเต็บ และบิหลั่น
    2.6 ผู้ว่าจ้างเหมาก่อสร้างมัสยิดจะยึดมัสยิดเนื่องจากไม่จ่ายค่าจ้าง
    3. เรื่องการใช้อำนาจมิชอบ เช่น ห้ามบุคคลที่ขัดแย้งกับตนปฏิบัติศาสนกิจที่มัสยิด นำของบริจาคเพื่อใช้ในการบูรณะมัสยิดไปใช้ส่วนตัว

    สัปปุรุษจึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ท่านโปรดดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรมของนายมานะกุล สุขโชค (อิหม่าม) เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและถูกต้องตามหลักการศาสนา หากมีข้อสงสัยหรือซักถามประการใดสามารถติดต่อได้ที่ …………………………………………………….

    จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

    ขอแสดงความนับถือ

    สัปปุรษมัสยิดดารุสสลาม

  17. อามานีเร๊าะ อาดำ says:

    ขอบคุณมาก ๆ ที่ช่วยให้คดีของน้องชายข้าพเจ้าเป็นธรรม
    ขอให้อัลลอฮหรือพระเจ้าคุ้มครองทุกท่านที่ให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
    จากเหตุการความไม่สงบ
    ขอบคุณมาก ๆ จากใจจริง

  18. กรณีนี้ได้นำเข้าที่ประชุมฝ่ายนิติการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยแล้ว ซึ่งผมจะไปค้นหามติมาแจ้งให้ทราบ แต่ตามคำร้องมิได้เป็นการร้องให้ถอดถอนอิหม่ามแต่อย่างใด

  19. อิสมาแอ (อุกฤษ) says:

    ขอคำปรึกษาเรื่องกฏหมาย แม่ผมโดนรถ6ล้อเยียบจนเสียชีวิต ที่จ.นราธิวาส เมื่อวันที่22/05/2555 เลขที่คดีจราจร 9/55 สภอ.เมืองนราธิวาส
    -เรื่องคดีไม่คืบหน้า หลายวันแล้ว
    -รถใหญ่เยียบคนตายไม่ผิด
    -เจ้าของรถไม่มีค่าตกใจ ให้เลย
    -ทางผมไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นประชาชนธรรมดา ซึ่งถ้าสู้คดีก็ไม่ชนะอยู่แล้ว
    -ขอความเป็นธรรม เพราะแม่เป็นเสาหลักเลี้ยงดูครอบครับ แม่เสียแล้ว ไม่รู้จะปรึกษาทางไหน

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>